Mark Bio Technology / คลังความรู้ / กันแดด ISO
กันแดด ISO คืออะไร
ทุกมาตรฐาน ISO วัดอะไร ต่างกันอย่างไร
คำว่า "กันแดด ISO" กำลังเป็นที่สนใจในไทย หลังผู้บริโภคเริ่มถามว่าค่า SPF และ PA บนฉลากทดสอบด้วยวิธีไหน บทความนี้สรุปมาตรฐาน ISO ด้านการป้องกันแสงแดดทุกฉบับ ว่าแต่ละฉบับวัดค่าอะไร วัดอย่างไร และต่างกันตรงไหน สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่กำลังจะผลิตกันแดด

กันแดด ISO หมายถึงกันแดดที่ทดสอบค่าการป้องกันแสงแดดตามมาตรฐานสากลขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ซึ่งมีหลายฉบับและวัดคนละค่า ได้แก่ ISO 24444 วัดค่า SPF บนผิวอาสาสมัคร, ISO 23675 วัดค่า SPF ในห้องแล็บด้วยวิธี Double Plate, ISO 23698 วัด SPF ค่าป้องกัน UVA และ Critical Wavelength ด้วยวิธีผสม (HDRS), ISO 24442 วัดค่าป้องกัน UVA บนผิว ซึ่งเป็นที่มาของค่า PA, ISO 24443 วัดค่าป้องกัน UVA และ Critical Wavelength ในห้องแล็บ ส่วน ISO 16217 และ ISO 18861 ใช้ทดสอบการกันน้ำ ทั้งนี้ ISO 22716 ไม่ใช่การทดสอบค่ากันแดด แต่เป็นมาตรฐาน GMP ของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
ทำไม "กันแดด ISO" ถึงเป็นกระแสในไทย
ในเดือนมีนาคม 2568 สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ เปิดเผยผลทดสอบค่า SPF ของครีมกันแดดหลายแบรนด์ และพบว่าหลายผลิตภัณฑ์มีค่า SPF และ PA ไม่ตรงกับที่แสดงบนฉลาก โดยเทียบกับประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงค่าความสามารถในการป้องกันแสงแดดของเครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด พ.ศ. 2560
หลังจากนั้นผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มถามว่ากันแดดที่ใช้อยู่ "ทดสอบตามมาตรฐาน ISO หรือไม่" และ "ทดสอบด้วยวิธีไหน" สำหรับเจ้าของแบรนด์ การเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้จึงช่วยทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือและการตอบคำถามลูกค้า
SPF กับ PA ต่างกันอย่างไร
- SPF (Sun Protection Factor) บอกความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวไหม้แดง คำนวณจากปริมาณรังสีที่ทำให้ผิวที่ทากันแดดเริ่มแดง เทียบกับผิวที่ไม่ได้ทา เช่น SPF 30 หมายถึงต้องใช้รังสีมากขึ้นประมาณ 30 เท่ากว่าผิวจะเริ่มแดง
- PA (Protection Grade of UVA) บอกระดับการป้องกันรังสี UVA ซึ่งลงลึกถึงชั้นผิวและเกี่ยวข้องกับความหมองคล้ำและริ้วรอย แสดงเป็น PA+ ถึง PA++++ ยิ่งเครื่องหมาย + มากยิ่งป้องกัน UVA ได้สูง
SPF และ PA มาจากการทดสอบคนละแบบ กันแดดที่บอกการป้องกันได้ครบจึงต้องมีผลทดสอบทั้งสองค่า
ตารางสรุปมาตรฐาน ISO สำหรับกันแดดทุกฉบับ
| มาตรฐาน | วัดค่าอะไร | วิธีวัด | ประเภท |
|---|---|---|---|
| ISO 24444:2019 | SPF (UVB) | ทาบนผิวอาสาสมัคร ฉายรังสี อ่านค่าผิวแดง (MED) | In vivo |
| ISO 23675:2024 | SPF (UVB) | Double Plate: เกลี่ยบนแผ่น PMMA 2 แบบ วัดการส่องผ่าน UV | In vitro |
| ISO 23698:2024 | SPF + UVA-PF + Critical Wavelength | HDRS: สเปกตรัมจากแผ่น + การสะท้อนแสงบนผิวด้วยรังสีต่ำ | Hybrid |
| ISO 24442:2022 | UVA (ที่มาของค่า PA) | ฉาย UVA บนผิว วัดสีผิวคล้ำที่คงอยู่ (PPD) | In vivo |
| ISO 24443:2021 | UVA-PF + Critical Wavelength | วัดการส่องผ่าน UV ผ่านฟิล์มบนแผ่น PMMA | In vitro |
| ISO 16217:2020 | การกันน้ำ | ขั้นตอนการแช่น้ำก่อนวัดค่า SPF ซ้ำ | ขั้นตอนทดสอบ |
| ISO 18861:2020 | % การกันน้ำ | คำนวณเปอร์เซ็นต์ SPF ที่คงเหลือหลังแช่น้ำ | การคำนวณ |
แต่ละมาตรฐานวัดอย่างไร
ISO 24444:2019 — SPF บนผิวอาสาสมัคร (in vivo)
ทากันแดดบนผิวหลังของอาสาสมัครในปริมาณที่กำหนด แล้วฉายรังสีจากเครื่องจำลองแสงอาทิตย์ (Solar Simulator) หลายระดับ จากนั้นอ่านผลว่าผิวเริ่มแดงที่ปริมาณรังสีเท่าไร (MED) ค่า SPF คืออัตราส่วน MED ของผิวที่ทากันแดดต่อผิวที่ไม่ได้ทา เป็นวิธีอ้างอิงที่ใช้กันมาหลายสิบปี แต่ต้องให้อาสาสมัครรับรังสีจนผิวแดง
ISO 23675:2024 — SPF ในห้องแล็บ (Double Plate, in vitro)
ใช้หุ่นยนต์เกลี่ยกันแดดบนแผ่น PMMA สองแบบ คือแผ่นผิวขัดทรายและแผ่นขึ้นรูป เพื่อจำลองพื้นผิวผิวหนัง แล้ววัดการส่องผ่านของรังสี UV ด้วยเครื่องสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ก่อนและหลังฉายรังสี เพื่อคำนวณค่า SPF โดยไม่ต้องใช้อาสาสมัคร ประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2567 ใช้กับกันแดดเนื้ออิมัลชันและสูตรแอลกอฮอล์เฟสเดียว ไม่ใช้กับแบบผงหรือแท่ง และไม่ใช้วัดการกันน้ำ
ISO 23698:2024 — HDRS (Hybrid Diffuse Reflectance Spectroscopy)
เป็นวิธีผสม ใช้สเปกตรัมการดูดกลืนแสงที่วัดจากแผ่นในห้องแล็บ ร่วมกับการวัดการสะท้อนแสงบนผิวอาสาสมัครด้วยรังสีปริมาณต่ำที่ไม่ทำให้ผิวไหม้ ได้ผล 3 ค่าจากการทดสอบเดียว คือ SPF, UVA-PF และ Critical Wavelength ประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2567
ISO 24442:2022 — ค่าป้องกัน UVA บนผิว (in vivo)
ฉายรังสี UVA บนผิวอาสาสมัครทั้งส่วนที่ทาและไม่ทากันแดด แล้ววัดการเกิดสีผิวคล้ำที่คงอยู่ (Persistent Pigment Darkening หรือ PPD) ค่าที่ได้เป็นพื้นฐานของการแสดงระดับ PA
ISO 24443:2021 — ค่าป้องกัน UVA และ Critical Wavelength ในห้องแล็บ (in vitro)
วัดการส่องผ่านของรังสีผ่านฟิล์มกันแดดบนแผ่น PMMA เพื่อคำนวณ UVA-PF และ Critical Wavelength (ความยาวคลื่นที่ครอบคลุมการดูดกลืนแสง 90% ของช่วง UV) มักใช้ประกอบการอ้าง Broad Spectrum เช่น เกณฑ์ที่นิยมคือ Critical Wavelength ไม่น้อยกว่า 370 nm และในยุโรป UVA-PF ต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของค่า SPF
ISO 16217:2020 และ ISO 18861:2020 — การกันน้ำ
ISO 16217 กำหนดขั้นตอนการแช่น้ำ ส่วน ISO 18861 กำหนดวิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ค่า SPF ที่คงเหลือหลังแช่น้ำ ใช้ประกอบการอ้าง Water Resistant บนฉลาก
แบรนด์ควรเลือกทดสอบแบบไหน
- ดูตลาดเป้าหมายก่อน แต่ละประเทศยอมรับวิธีทดสอบต่างกัน สำหรับไทย การแสดงค่า SPF และ PA ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง
- วิธีใหม่ไม่ได้มาแทนที่วิธีเดิมทันที ในยุโรป Cosmetics Europe แนะนำให้ใช้ ISO 23675 และ ISO 23698 เป็นทางเลือกแรก แต่ผลทดสอบเดิมตาม ISO 24444 ยังใช้ได้ หลายบริษัทใช้ ISO 23675 ระหว่างพัฒนาสูตร และใช้วิธี in vivo ยืนยันผลขั้นสุดท้ายเมื่อหน่วยงานกำกับกำหนด
- ทดสอบสูตรสุดท้ายกับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง และเก็บรายงานผลไว้อ้างอิงทุกครั้งที่สื่อสารค่า SPF และ PA
- อย่าสับสนกับ ISO 22716 ซึ่งรับรองระบบการผลิตของโรงงาน ไม่ใช่การวัดค่ากันแดด กันแดดที่ดีควรมีทั้งโรงงาน ISO 22716 และผลทดสอบค่ากันแดดตามมาตรฐานที่เหมาะสม
ผลิตกันแดดกับมาร์คไบโอ
มาร์คไบโอเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ได้รับมาตรฐาน ISO 22716 และ GMP มีทีม R&D เครื่องสำอางพัฒนาสูตรตามโจทย์แบรนด์ และวางแผนการทดสอบค่ากันแดดให้เหมาะกับตลาดที่จะขาย ดูแลครบตั้งแต่สูตร ตัวอย่าง จดแจ้ง อย. บรรจุภัณฑ์ จนถึงผลิตและส่งมอบ ยอดสั่งผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น 5,000 ชิ้นต่อสูตร
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง กันแดด ISO
กันแดด ISO คืออะไร
คือกันแดดที่ทดสอบค่าการป้องกันแสงแดดตามมาตรฐาน ISO เช่น ISO 24444 สำหรับ SPF หรือ ISO 24442 สำหรับ UVA ควรดูด้วยว่าทดสอบตามมาตรฐานฉบับไหน เพราะแต่ละฉบับวัดคนละค่า
SPF ที่ทดสอบด้วย ISO 24444 กับ ISO 23675 ต่างกันไหม
ทั้งสองวัดค่า SPF เหมือนกัน แต่ ISO 24444 ทดสอบบนผิวอาสาสมัคร ส่วน ISO 23675 ทดสอบในห้องแล็บด้วยแผ่น PMMA โดยไม่ใช้คน การเลือกใช้วิธีไหนบนฉลากต้องเป็นไปตามที่หน่วยงานกำกับของตลาดนั้นยอมรับ
PA++++ วัดด้วยมาตรฐานอะไร
ระดับ PA มาจากการวัดค่าป้องกัน UVA บนผิวด้วยวิธี PPD ตาม ISO 24442 ส่วน ISO 24443 วัดค่า UVA-PF ในห้องแล็บ และ ISO 23698 วัดได้ทั้ง SPF และ UVA ในการทดสอบเดียว
กันแดดกันน้ำ (Water Resistant) วัดอย่างไร
ใช้ ISO 16217 กำหนดขั้นตอนการแช่น้ำ และ ISO 18861 คำนวณเปอร์เซ็นต์ค่า SPF ที่คงเหลือหลังแช่น้ำ ISO 23675 ไม่ใช้สำหรับวัดการกันน้ำ
ISO 22716 เป็นมาตรฐานทดสอบกันแดดหรือไม่
ไม่ใช่ ISO 22716 คือมาตรฐาน GMP สำหรับระบบการผลิตเครื่องสำอางในโรงงาน ส่วนค่ากันแดดต้องทดสอบตามมาตรฐานเฉพาะ เช่น ISO 24444 หรือ ISO 23675
ผลิตกันแดดกับมาร์คไบโอ ขั้นต่ำเท่าไร
เริ่มต้น 5,000 ชิ้นต่อสูตร ผลิตในโรงงานมาตรฐาน ISO 22716 และ GMP ทีม R&D ช่วยวางแผนสูตรและการทดสอบให้เหมาะกับตลาดเป้าหมาย
แหล่งอ้างอิง
ดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ ดูแลคุณภาพด้วยวิทยาศาสตร์
ปรึกษาการผลิตฟรี กับทีมมาร์คไบโอ
ขั้นต่ำ 5,000 ชิ้น · ผลิต 30–60 วัน · ดูแลเรื่อง อย. ให้ครบ
Double Capsule คืออะไร แคปซูลซ้อนแคปซูลที่แบรนด์อาหารเสริมนิยมใช้Double Capsule หรือ Double Dual Capsule คือแคปซูลซ้อนแคปซูล แยกสารสำคัญ 2 ชนิดในเม็ดเดียว ดูโครงสร้าง ข้อดี ข้…
Liquid Capsule คืออะไร แคปซูลบรรจุของเหลว ต่างจากซอฟต์เจลอย่างไรLiquid Capsule คือแคปซูลแข็งบรรจุของเหลวที่ปิดผนึกรอยต่อ ใช้กับน้ำมันและสารสกัดของเหลว เปรียบเทียบกับซอฟต์เจล …
เจลลี่สติ๊ก vs กัมมี่ อาหารเสริมแบบไหนเหมาะกับแบรนด์ของคุณเปรียบเทียบเจลลี่สติ๊กกับกัมมี่อาหารเสริม ทั้งเนื้อสัมผัส ปริมาณสารต่อหน่วย บรรจุภัณฑ์ และกลุ่มลูกค้า พร้อมแนว…
